น้าแอ๊ด พร้อมตัวแทนสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย เดินหน้ายื่นเรื่องขอเสนอแก้ไขระเบียบการชนไก่ พร้อมชีแจ้งความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชน แก่ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใน 3 ประเด็นหลัก คือ เรื่องของเวลาในการชน. เรื่องของการส่งออกไก่ชน และเรื่องการขอเปลี่ยนกฎกระทรวงบางอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะที่เป็นจริงในปัจจุบัน ปัจจุบันมีพลเมืองเพิ่มมากขึ้น การกีฬประเภทนี้ ถึงเวลามันก็ต้องขยายตัว เรื่องเวลา เรื่องจำนวนสังเวียน เรื่องการอนุญาต วันนี้สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย และตัวแทนชาวไก่ชนก็เลยมาประชุมกันนะครับ และจะนำข้อสรุปเข้าไปนำเรียนแก่ท่าน ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการต่อไป อันนี้จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์อันนึงที่รัฐบาลก็สนับสนุนเรื่องแบบนี้นะครับ การยื่นเรื่องขอแก้ไขระเบียบครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งในเรื่องของการพนัน แต่เป็นการมุ่งเน้นเพื่อต้องการให้เกษตรกรผู้เป็นรากหญ้าของไทย ได้มีโอกาส ลืมตาอ้าปาก เพราะสนามชนไก่ก็เปรียบเสมือนกับตลาดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ของคนรวย แต่กษตรกรเค้ามีแค่สนามชนไก่เท่านั้น ที่จะเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับพวกเค้าได้ ถ้าเกิดว่าเค้าเลี้ยงไก่ไว้เพาะไก่ไว้ในบ้าน บางตัวที่มันก่งขึ้นมาเค้าอาจจะขายได้ตัวเป็นหมื่นป็นแสนเป็นล้านเนี่ยมันทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นนะครับ ก็ไม่เป็นภาระรัฐบาลที่จะต้องไปดูแลอุ้มชูเค้านะครับ แล้วก็เรื่องของการส่งออกไก่ชนด้วย มี 3-4 ประเทศที่เป็นลูกค้าเราแต่เรายังส่งออกไก่ชนไม่ได้ก็อาจจะต้องฝากรัฐบาลจัดหน่วยงานที่จะไปเจรจาเป็นประทศ อย่างตลาดใหญ่ของเราคืออินโดนีเชีย คือทางนู้นเค้าก็พร้อมแล้วล่ะ แต่ทางเราจะส่งคนไปคุยยังไงจะแลกเปลี่ยนกันยังไงนะครับเพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถดำเนินการได้ ตรงนี้เป็นธุรกิจหลายพันล้าน แล้วก็ธุรกิจของการชนไก่สร้างมูลค่าเป็นหมื่นล้านนะครับ เพราะฉะนั้นมันช่วยเกษตรกรรากหญ้าได้เยอะมาก เป้าหมายต่อไปคือบ่อนป่าจะต้องไม่มี เพราะส่งผลกระทบกับสนามชนไก่ที่ถูกกฏหมาย ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการไปตกลงกันเองกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือฝ่ายปกครองในการขอจัดชนสนามบ่อนป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย สนามชนไก่ที่ถูกต้องควรจะได้รับการคุ้มครอง
ข่าวไก่ชนออนไลน์ อัปเดตล่าสุด: 8 เม.ย. 2568 ตำรวจไซเบอร์บุกจับเปิดพนันไก่ชนออนไลน์ เงินหมุนหลักแสนบาทต่อวัน บช.สอท. แถลงจับกุมเจ้าของบัญชี TikTok “โฟน น้องเฌอแตม” ลักลอบเปิดพนันไก่ชนออนไลน์ผ่านกลุ่มไลน์ รับแทงจากสนามไก่ชนภาคใต้ เงินหมุนเวียนวันละนับแสนบาท สะเทือนวงการไก่ชนออนไลน์ ในยุคที่การดูไก่ชนผ่านออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ แต่ในอีกมุมหนึ่ง “การพนันไก่ชนออนไลน์” ก็เป็นปัญหาสำคัญที่ตำรวจไซเบอร์ต้องเร่งปราบปราม ล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เจ้าหน้าที่แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบเปิดพนันไก่ชนออนไลน์ ที่มีเงินหมุนเวียนหลักแสนบาทต่อวัน วันนี้ (8 เม.ย.) ที่ บช.สอท. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศุภกร ผิวอ่อน ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.1 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบเปิดพนัน ไก่ชนออนไลน์ จาก TikTok สู่กลุ่มไลน์พนันไก่ชนออนไลน์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากการที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 ตรวจสอบพบผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok ชื่อบัญชี “โฟน น้องเฌอแตม” ได้โพสต์วิดีโอและแปะลิงก์เชิญชวนให้เข้าสู่กลุ่มไลน์ ชื่อ “ปี่เชียะ168” เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่า ภายในกลุ่มไลน์ดังกล่าวมีการจัดให้เล่นการพนันไก่ชน โดยเปิดให้แทงพนันผ่านแอปพลิเคชันไลน์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบการเปิดกลุ่มให้เล่นพนันประเภทอื่น ๆ เช่น ไฮโล และป๊อกเด้ง มีเจ้ามือคอยรับกินรับใช้และจัดระบบการเล่นพนันออนไลน์แบบครบวงจร บุกค้นย่านสายไหม – จับสาววัย 41 ปี เจ้าของบัญชี “โฟน น้องเฌอแตม” จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง พ.ต.อ.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ ผกก.3 บก.สอท.5 พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สามารถสืบทราบว่า น.ส.ดวงดาว (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของบัญชี TikTok “โฟน น้องเฌอแตม” และเป็นผู้ดูแลกลุ่มไลน์ที่ใช้เล่นพนันไก่ชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายค้นศาลแขวงดอนเมือง ที่ 7/2568 ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 201/488 ซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4-12 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมตัว น.ส.ดวงดาว หรือ ดาว ได้พร้อมของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และสมุดจดรายการสรุปยอดพนันการเล่น ไก่ชนออนไลน์ 1 เล่ม ซึ่งใช้ระบุยอดแทง–ยอดจ่ายในแต่ละวัน รับแทงพนันไก่ชนออนไลน์จากสนามภาคใต้ เงินหมุนเวียนวันละหลักแสน จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ดวงดาว รับสารภาพว่า ตนเป็นผู้รับแทงพนันไก่ชนแบบออนไลน์ ผ่านกลุ่มไลน์ที่เปิดจากบัญชี “โฟน น้องเฌอแตม” โดยอ้างอิงผลการแข่งขันจากสนามไก่ชนที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย หลายสนามในโซนพื้นที่ภาคใต้ เธอระบุว่า ในแต่ละวันจะมีการถ่ายทอดสดการชนไก่จากสนามต่าง ๆ ให้สมาชิกในกลุ่มไลน์เข้ามาร่วมเล่นพนันไก่ชนออนไลน์ มียอดเงินหมุนเวียนนับแสนบาทต่อวัน จากการรับแทงทั้งไก่ชนและพนันประเภทอื่น ตำรวจแจ้งหลายข้อหา เชื่อมโยงการเล่นพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตำรวจได้แจ้งข้อหากับ น.ส.ดวงดาว ในความผิดฐาน จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างขบวนการ พนันออนไลน์ ที่ใช้ชื่อ ไก่ชนออนไลน์ เป็นช่องทางดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาเล่นพนันในรูปแบบต่าง ๆ บทเรียนสำหรับวงการไก่ชนออนไลน์: แยกกีฬาออกจากการพนันผิดกฎหมาย ข่าว “สาววัย 41 เปิดพนันไก่ชนออนไลน์ เงินหมุนหลักแสนต่อวัน” สะท้อนให้เห็นว่า ในขณะที่โลกของ ไก่ชนออนไลน์ เติบโตขึ้นทั้งด้านกีฬา การถ่ายทอดสด และคอนเทนต์เชิงความรู้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การพนันออนไลน์ที่แอบแฝงมากับชื่อไก่ชน ก็เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันระวัง สำหรับคนเลี้ยง ไก่ชน และแฟน ๆ ไก่ชนที่ติดตามข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ การแยกแยะระหว่าง “การติดตามกีฬาไก่ชน” กับ “การเล่นพนันผิดกฎหมาย” จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของวงการไก่ชนยังคงอยู่ในมุมของกีฬา วัฒนธรรม และการเลี้ยงไก่ชนอย่างมีศิลปะ มากกว่าถูกมองเป็นแค่ช่องทางของบ่อนพนัน ทีมงาน ไก่ชนออนไลน์ Kaichononlines จะติดตามข่าวไก่ชน ข่าวไก่ชนออนไลน์ และประเด็นเกี่ยวกับวงการไก่ชนทั้งในสนามจริงและบนโลกออนไลน์ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อคนเลี้ยงไก่ชนและแฟนไก่ชนต่อไป
จับแล้ว มือยิงกลาง สนามไก่ชน จ.ปทุมธานี ชาวบ้านวิ่งหนีตายวุ่น เสียชีวิต 1 ราย เปิดปมสลด เผยนาทีระทึก ไก่กำลังตียก 2 เดิมพันราคา 200,000 บาท จากกรณีเกิดเหตุยิงกันในบริเวณสนามไก่ชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลปทุมธานี ทราบชื่อคือ นายกฤษฎา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ชาว จ.นนทบุรี สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .357 บริเวณใต้ราวนมซ้าย 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้ทราบชื่อคือ นายธนวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 3 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 3 ปลอก > (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({}); ล่าสุดวันที่ 28 พ.ย.2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุพบ นายสังวาล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 74 ปี ได้พาไปดูสนามชนไก่เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ที่ประตูทางเข้ามีภาพแสดงห้ามนำอาวุธเข้าสนาม และมีกล้องวงจรปิด ซึ่งสนามแห่งนี้มี 15 สังเวียน ส่วนสังเวียนที่เกิดเหตุเป็นสังเวียนที่ 1 กำลังชนไก่คู่บัวทองคำ กับ ส.อุดมทรัพย์ เดิมพันราคา 200,000 บาท ซึ่งในสังเวียนยังมีคราบเลือดหยดเป็นจำนวนมาก โดย นายสังวาล เปิดเผยว่า ที่แห่งนี้ตนเองให้คนเช่าเดือนละ 30,000 บาทสัญญาปีต่อปี มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ตนก็กลัวว่าจะถูกปิดเช่นกัน ส่วนที่มีเหตุยิงกันตนไม่รู้อะไรมากนัก เพราะตนเลี้ยงไก่อยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็มีคนเข้ามาในสนาม 500-600 คน ด้าน นายภกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี คนเช่าสนาม กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นไปตามคลิป ซึ่งเราเป็นเพียงคนจัดแข่งเท่านั้น ส่วนเขาจะมีเรื่องอะไรกันมาก่อนเราไม่ทราบ ระหว่างเกิดเหตุคนก่อเหตุนั่งกันที่ชั้นล่างของสังเวียนซึ่งมี 3 ชั้น ทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเขามีความขัดแย้งอะไรกันมาก่อน ส่วนตนอยู่ในกระจก ซึ่งไก่กำลังตียกที่ 2 มีคนดูประมาณ 100 คน มันเสี้ยววินาที นายภกร กล่าวต่อว่า ตนรู้จักกับทั้งสองคน ไม่ทราบว่าเหตุการณ์มันจะจบลงแบบนี้ ซึ่งการเข้าสนามมีการตรวจค้นอาวุธกันอยู่แล้ว ทั้งสองคนนั่งห่างกัน 4-5 เมตร ไก่ทั้งคู่ที่ตีกันตีข้างละ 100,000 บาท เมื่อเกิดเหตุแล้วทางสนามก็เอาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลและก็อยู่ด้วยกับคนเจ็บตลอด ส่วนสาเหตุจริง ๆ อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ เอี่ยมระหงษ์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้แล้ว ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากการต่อราคาของไก่และเกิดหมั่นไส้กัน ซึ่ง ร.ต.อ.ตูชัย สุระเสียง ร้อยเวรสอบสวน ได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
หนุ่มไอเดียเจ๋ง! ผลิต “กล่องไก่ชนฟองน้ำ” หลากสีสันขายเจ้าแรก หนุ่มบุรีรัมย์ไอเดียเจ๋ง ผลิตกล่องไก่ชนฟองน้ำหลากหลายสีสันขายแบรนด์ตัวเองเจ้าแรกของไทย โดนใจลูกค้าทั้งทน น้ำหนักเบา ออเดอร์เพียบทั้งใน-ต่างประเทศเฉลี่ยยอดขายเดือนละ 2 ล้าน เผยเกิดจากความชื่นชอบส่วนตัวและฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ลองผิดลองถูกมาเยอะกว่าจะประสบผลสำเร็จ (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({}); นายศราวุธ เวชไธสง หรืออ๋า อายุ 37 ปี หนุ่มชาวจังหวัดบุรีรัมย์ จากเด็กที่ชื่นชอบไก่ชน ทุกวันนี้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจมีแบรนด์เป็นของตัวเอง หลังจากที่เขาได้ใช้ไอเดียของตัวเองประดิษฐ์กล่องใส่ไก่ชนฟองน้ำหลากหลายสีสันขายเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย และมีแบรนด์เป็นของตัวเอง คือ “DS” หรือ “แดงชัวร์” เรียกได้ว่ากระแสตอบรับจากลูกค้าดีมากจนทำไม่ทัน เพราะกล่องไก่ชนฟองน้ำของเขามีคุณสมบัติที่ตรงใจลูกค้า เพราะนอกจากมีสีสันให้เลือกหลากหลายโดนใจลูกค้าแล้ว ยังมีน้ำหนักเบาเพียง 1.6 กิโลกรัม ทนน้ำทนฝนสามารถล้างทำความสะอาดได้ ทั้งยังช่วยเซฟความปลอดภัยให้ไก่ชนด้วย เพราะวัสดุเป็นฟองน้ำ จะแตกต่างจากกล่องไก่ชนที่ทำจากไม้ที่ค่อนข้างหนัก ไม่สามารถทนแดดฝนได้เหมือนฟองน้ำ อายุการใช้งานก็สั้นกว่า นอกจากจะทำกล่องไก่ชนฟองน้ำแล้ว ยังมีกล่องใส่ไก่แจ้ฟองน้ำ ถาดใส่ยาฟองน้ำ กล่องสนาม และเก้าอี้สนามอีกด้วย นอกจากนั้นยังได้ทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับบำรุง และรักษาไก่ชนหลายชนิดอีกด้วย เช่น ยาแก้ช้ำในหลังชน ที่ทำจากใบบัวบก สมุนไพรจีน 10 ชนิด, ยาป้ายปากรักษาเป็นแผลสกัดจากเปลือกแค, ยาถ่ายพยาธิทำจากมะขามเปียกผสมหมาก, สมุนไพรปลาก้างช่อน, สมุนไพรสาบเสือรักษาแผลสด ภายใน 7 วัน ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของผลิตภัณฑ์รับประกันความปลอดภัยเพราะทำจากสมุนไพร ส่วนกล่องไก่ชนมีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีดำ เทา น้ำเงิน น้ำตาล ชมพู เหลือง แดง และสีส้ม ขายกล่องละ 450 บาท กล่องใส่ไก่แจ้กล่องละ 800 บาท กล่องสนามใส่ยา 300 บาท ถาดใส่ยา 160 บาท เก้าอี้สนาม 160 บาท ปัจจุบันต้องจ้างโรงงานผลิตเพราะทำด้วยมือไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า เพราะมีออเดอร์ส่งขายให้ร้านที่เป็นเครือข่ายในไทย รวมถึงต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงขายผ่านออนไลน์ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 300 กล่อง นายศราวุธ หรืออ๋า บอกว่า เส้นทางก่อนจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจและมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก็เริ่มจากความชื่นชอบส่วนตัว เพราะชอบไก่ชนมาตั้งแต่อายุประมาณ 11 -12 ปี พอโตขึ้นก็คิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง บวกกับเป็นคนที่ชอบคิดและประดิษฐ์ไปเรื่อย แต่กว่าจะมาผลิตกล่องใส่ไก่ชนฟองน้ำ และสมุนไพรสำหรับบำรุง ดูแล รักษาไก่ชน จนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ก็ลองผิดลองถูกมาเยอะ ตอนแรกก็ทำกันเองในครอบครัวจนได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นวงกว้าง เริ่มทำไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า เพราะกล่องไก่ชนที่ผลิตนอกจากจะมีสีสันหลากหลายให้ลูกค้าเลือกแล้ว ลูกค้ายังชื่นชอบในความทนทานล้างทำความสะอาดได้ น้ำหนักเบา จึงตัดสินใจจ้างโรงงานผลิตจนถึงทุกวันนี้มีออเดอร์ทั้งกล่องไก่ชน กล่องไก่แจ้ เก้าอี้สนาม กล่องสนาม ถาดใส่ยาซึ่งทำจากฟองน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับบำรุงรักษาไก่ชน ที่สั่งผ่านร้านเครือข่าย และออนไลน์ ทั้งในไทยและต่างประเทศจำนวนมาก เฉลี่ยยอดขายก็ประมาณเดือนละ 2 ล้านบาท หากใครสนใจสามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านลุงอ๋าร์ อุปกรณ์ไก่ ยา อาหารสัตว์ ตั้งอยู่ถนนสายรอบเมือง เส้นบุรีรัมย์-นางรอง ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ หรือติดต่อสั่งซื้อผ่านเพจเทปพันเดือยไก่ ปลีก-ส่ง และเบอร์ 09-5614-1146
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 64 ที่กระทรวงยุติธรรม นสพ.ชัย วัชรงค์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย และตัวแทนพี่น้องวงการไก่ชน เดินทางแสดงความขอบพระคุณ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีผลักดันให้ทาง คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นำเรื่องผ่านมติคลายล็อก โดยทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ดำเนินการเร่งด่วน พร้อมกล่าวทักทายพี่น้องที่มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ วันที่ 1 เมษายน 64 จะมีข้อกำหนดในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้แต่ละจังหวัดนำไปปฎิบัติใช้ในข้อกำหนด (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({}); นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถึงเรื่องของอาชีพเลี้ยงไก่ชน สำหรับการคลายล๊อคในครั้งนี้ เน้นย้ำมาตรการป้องกันโควิด 19 จะต้องยังคงปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และตนทราปดีว่าไก่ชนสร้างรายได้มากพอสมควรให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชน มีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีต่างประเทศสนใจและนิยมไก่ชนจากไทย อนาคตคงต้องนำไปคุยกันกับอีกหลายกระทรวงสำหรับการหาแนวทางส่งเสริมอาชีพไก่ชนในอนาคต เพราะตนเป็นฝ่ายนโยบาย จึงฝากให้ทุกคนช่วยกันโดยเฉพาะเรื่องออนไลน์ หรือการร่วมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนไก่ชน ทั้งผลิต ขาย และการขนส่ง และขอให้ทุกคนให้กำลังใจกันและกันและเตรียมพร้อมกับการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงที่มาของการปลดล็อกกีฬาพื้นบ้าน คืนอาชีพแก่พี่น้องชาวไก่ชน หลังจากที่ตนเองได้มีการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับอาชีพเลี้ยงไก่ชนของพี่น้องเกษตรกรให้ฟัง ว่าสามารถสร้างงานสร้างอาชีพกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนได้อย่างมาก และท่านนายกรัฐมนตรีมีความคิดเห็นในเรื่องนี้ และตัดสินใจเร็วมาก เพราะจะเกิดผลดีกับเกษตรกรที่ทำอาชีพเลี้ยงไก่ชน สามารถสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนได้อย่างมาก และบอกให้ดำเนินการได้ทันทีทันที โดยให้ทางผู้วาราชการแต่ละจังหวัด เป็นผู้กำหนดแนวทาง ดำเนินการ และฝากทิ้งท้ายชมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนว่าคนไทยเลี้ยงไก่ชนได้เก่งที่สุดในโลก เพราะมีความพิถีพิถันในการเพาะพัฒนาสายพันธ์เพราะมีฝีมือ "หมอชัย" พร้อมสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมือง และตัวแทนพี่น้องวงการไก่ชน กล่าวขอบคุณท่านนายกฯ ประยุทธ จันโอชา และท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เข้าใจชาวไก่ชน พยายามผลักดันและให้ข้อมูลต่างๆ จนนำมาสู่การปลดล็อกกีฬาพื้นบ้าน คืนอาชีพแก่พี่น้องชาวไก่ชนในครั้งนี้