
Kaichononlines Magazine · ไก่ชนออนไลน์
เจ้าแสนงาม vs เจ้านัมเบอร์วัน ศึก 132 ล้านที่สนามชนไก่มหาลาภ
เรื่องเล่าจากไฟต์ 132 ล้าน เมื่อเจ้าแสนงามไก่พม่าจากซุ้ม ส.มีสุวรรณ อยุธยา ปะทะเจ้านัมเบอร์วันไก่ไทยจากซุ้มตะวันสีทอง ชัยภูมิ ชนครบ 4 ยกจบด้วยผลเสมอ แต่ทิ้งประเด็นให้วงการไก่ชนพูดถึงกันต่ออีกนาน
มีบางไฟต์ที่ยังไม่ทันเริ่มตี เสียงคนดูก็กลบเสียงไก่ได้หมดแล้ว และสนามชนไก่มหาลาภในเช้าวันนั้นก็เป็นหนึ่งในวันที่กำแพงสนามเหมือนจะแคบลงกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะคนเข้ามาเยอะเป็นพิเศษเท่านั้น แต่เพราะคู่เอกที่ทุกคนรอคอยมากกว่าคู่ไหนในรอบหลายเดือนกำลังจะขึ้นชน
ฝุ่นหน้าอาคารโดนลมตีขึ้นเป็นวง ๆ ก่อนจะตกลงที่เท้าไก่สองตัวที่กำลังเดินวนช้า ๆ รอขึ้นวงอย่างสงบนิ่ง แต่ในความสงบนั้นกลับแฝงพลังอะไรบางอย่างที่รู้สึกได้ตั้งแต่แรกเห็น ใกล้กันนั้นคือเสียงพูดคุยเป็นระยะ ๆ ชัดเจนว่าไม่มีใครพูดถึงอย่างอื่นเลยนอกจากชื่อของไก่สองตัวนี้
เจ้าแสนงาม – ไก่พม่าทรงระหง ขนทองอมแดง ตาคมเหมือนกำลังวัดระยะอยู่ตลอดเวลา จากซุ้ม ส.มีสุวรรณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชื่อเสียงของมันเดินมาถึงก่อนตัวจริงเสียอีก โดยเฉพาะเรื่องเชิงที่คมและจังหวะที่วางได้เนียนแบบ “พลาดไม่ได้แม้เสี้ยววินาที”
ฝั่งตรงข้ามคือ เจ้านัมเบอร์วัน – ไก่ไทยดำเข้มจากซุ้ม ตะวันสีทอง จังหวัดชัยภูมิ ร่างแน่น ไหล่กว้าง และมีความนิ่งของไทยแท้ที่หลายคนชอบพูดว่า “ถ้าเจอพม่าจังหวะจัด มันจะไม่ให้พื้นที่ให้เล่นง่าย ๆ แน่นอน” คนดูที่สนามรู้จักสไตล์ของตัวไทยตัวนี้ดี — เดินบี้ เดินกด เดินกินพื้นที่เหมือนนักมวยที่ตัดสินใจจะไม่ยอมให้คู่ต่อสู้ได้หายใจคล่องเกินไป
ความต่างของทั้งสองตัวคล้ายการวางนักมวยสองสไตล์บนเวทีเดียวกัน หนึ่งคือ “มีดคม” ที่ต้องการช่องเดียว อีกหนึ่งคือ “หมัดหนัก” ที่เข้าใกล้ได้ปุ๊บกดดันทันที เมื่อไก่ทั้งสองเดินเข้ามาในบรรยากาศก่อนชน เสียงรอบตัวหายไปเหลือแค่เสียงหายใจและการขยับของขนที่เสียดสีกับอากาศ บางทีนี่คือช่วงเวลาที่คนเลี้ยงชอบที่สุดก็ได้ เพราะเป็นภาพที่ไก่แสดงตัวตนของมันแบบไม่ต้องถูกบังด้วยเสียงเชียร์หรือความวุ่นวายในวงชน
เจ้าแสนงามยืนเอียงคอเล็กน้อยเหมือนกำลังนับจังหวะของคู่ตรงหน้า ส่วนเจ้านัมเบอร์วันก้าวแต่ละก้าวด้วยแรงที่มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนรถที่กำลังอุ่นเครื่องจนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว ทั้งสองตัวมีความนิ่งที่ทำให้บรรยากาศหนักขึ้นอย่างประหลาด เหมือนเวลาเดินช้าลงเพราะทุกสิ่งในวงรอบตัวกำลังรอเพียงเสียงตีกลองแรก
พอเริ่มชนจริง ไก่แต่ละตัวใช้สไตล์ของตัวเองแบบไม่ต้องปรับจังหวะอะไรให้ยุ่งยาก เจ้านัมเบอร์วัน เดินเข้าเหมือนเดิม บดวง บดพื้นที่ กดไหล่ กดขา เอาให้ไก่พม่าหายใจไม่สะดวกแม้แต่ครู่เดียว ขณะที่ เจ้าแสนงาม ก็ยังคงเป็นพม่าแท้ที่รอจังหวะแทงสวนสวย ๆ ทุกครั้งที่มีช่องว่าง แม้ว่าช่องจะไม่ได้เปิดกว้างเท่าที่ตัวเองเคยเจอในคู่ก่อน ๆ ก็ตาม

เกมมันสวยตรงที่ไม่มีใครยอมใคร และไม่มีฝ่ายไหนทำให้เกมดูขาดได้ในช่วงต้น–กลางยก นัมเบอร์วันเดินสวย แสนงามสวนคม ทุกจังหวะเหมือนคนวาดภาพสีน้ำมันที่มีทั้งเส้นหนักและเส้นบางทับลงไปพร้อมกัน บนสังเวียนเล็ก ๆ ที่ชื่อว่ามหาลาภ แต่สายตาที่จับจ้องกลับมาจากแฟนไก่ชนทั้งสนามและจากคนดู ไก่ชนออนไลน์ อีกนับไม่ถ้วน
จนมาถึงปลายยกสุดท้าย… นี่แหละช่วงที่สนามแทบจะหยุดหายใจเลยจริง ๆ นัมเบอร์วันเดินเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ แรงของมันดูเหมือนจะยังไม่ตก แม้จะผ่านมายกที่สาม สี่แล้วก็ตาม ในขณะที่แสนงามเริ่มมีอาการล้าของการต้องรับแรงบี้ตลอดเวลา แต่ยังไม่ยอมถอย ไม่ยอมหัน ไม่ยอมปล่อยให้เกมหลุดมือ
แต่ความล้าในร่างกาย ไม่เคยถามใจว่าอยากสู้แค่ไหน จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเร็วแบบที่คนดูแทบไม่ทันตั้งตัว นัมเบอร์วันบี้เข้าเต็ม ๆ ตีเข้าจังหวะพอดีจน เจ้าแสนงามลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ได้ล้มแบบเสียทรงธรรมดา แต่นอนแบบ “ร่างไปก่อน ใจตามทีหลัง” คนรอบวงเฮจนเสียงสะเทือนเหมือนสังเวียนคิกบ็อกซิ่ง

แต่กีฬาไก่ชนไม่เหมือนกีฬาอื่นตรงนี้เอง ถ้าไก่นอนเพราะหมด แต่ยังไม่หันหนี ยังไม่ยอมแพ้ ยังพร้อมจะยืนถ้าแรงมา มันไม่ถือว่าแพ้ และแสนงามก็ทำแบบนั้น แม้นอน แต่สายตายังมองคู่ แม้จะลุกช้า แต่ใจยังไม่ออกจากไฟต์แม้เสี้ยววินาที นี่คือเหตุผลที่ไฟต์เดิมพัน 132 ล้านบาท ครั้งนี้ จบลงด้วยคำว่า เสมอหลังชนครบ 4 ยก

ในสายตาคนดูหลายคน นัมเบอร์วันดูเหนือกว่าในช่วงท้าย แรงยังเหลือ เชิงยังนิ่ง และจังหวะที่ทำให้พม่าลงไปนอนนั้นชัดเจนมาก แต่ในสายตาของกติกา และในความยุติธรรมที่สนามชนไก่มหาลาภยึดมาตลอด ไก่ที่ยังไม่หัน ยังไม่หนี ยังไม่ยอมแพ้ คือไก่ที่ “ไม่แพ้”
ผลที่จบแบบเสมอจึงไม่ใช่ความเท่ากัน แต่มันคือผลที่สะท้อนว่า ทั้งสองตัวเก่งมากพอที่จะไม่แพ้ และยังเหลืออะไรให้เล่าต่อในวงการอีกเยอะ ไฟต์นี้เลยกลายเป็นหนึ่งในไฟต์ที่แฟนไก่ชนพูดต่อมากที่สุด ไม่ใช่เพราะใครชนะ แต่เพราะมันเป็นไฟต์ที่ทำให้ทุกคนอยากดูซ้ำ
สำหรับคนที่มองโลกของ ไก่ชนออนไลน์ ผ่านหน้าจอ ไฟต์นี้อาจเป็นเพียงคลิปหนึ่งที่ถูกแชร์ต่อในโซเชียล แต่สำหรับคนที่ยืนอยู่ในสนามชนไก่มหาลาภในวันนั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่า นี่คืออีกวันหนึ่งที่ “กีฬาไก่ชน” แสดงให้เห็นว่า มันไม่ได้มีค่าแค่ตัวเลขเดิมพัน แต่มันมีค่าที่เรื่องราวของผู้สู้ ที่ต่อให้ร่างล้ม—หัวใจก็ยังไม่ล้มตาม