เมื่อไก่ตัวหนึ่งตาเริ่มบวม: เรื่องเล่าจากโรงเรือนเล็ก ๆ ที่สอนให้รู้จักโรค “หวัดหน้าบวม” เช้าวันหนึ่งในโรงเรือนทรงไม้เก่า ๆ ลมเย็นพัดเฉียดผ่านเหมือนเป็นสัญญาณของฤดูที่กำลังเปลี่ยน แสงอาทิตย์ยังไม่ทันสว่างดี เสียงไก่ชนตัวโปรดของคุณก็ขันยาว ๆ ตามธรรมเนียมประจำวัน แต่ในสายตาของคนเลี้ยงที่คุ้นเคยกับนิสัยของสัตว์ทุกตัวในคอก เขากลับสังเกตบางอย่างที่ผิดไปเล็กน้อย—ดวงตาซ้ายของมันดูเหมือนมีน้ำไหลออกมา และบวมขึ้นนิดหนึ่งเหมือนคนที่นอนร้องไห้มาทั้งคืน ตอนแรกคุณอาจคิดว่าแค่ฝุ่นเข้าตา หรือโดนตีจากไก่ตัวอื่น แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ เสียงหายใจของมันมีความ “ครืด” เบา ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่นั้นใจของคนเลี้ยงก็เริ่มอุ่น ๆ ว่า “นี่ไม่ใช่อะไรธรรมดาแล้ว” และคุณกำลังจะได้รู้จักหนึ่งในโรคที่มือใหม่เลี้ยงไก่ชนหลีกไม่พ้นโรคหวัดหน้าบวม โรคที่เริ่มจากเพียงน้ำตาหยดเล็ก ๆ หวัดหน้าบวมไม่ใช่หวัดธรรมดา แต่เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Avibacterium paragallinarum เชื้อตัวเล็ก ๆ นี้ชอบอากาศชื้น โรงเรือนอับลม และไก่ที่กำลังเครียด—หรือพูดง่าย ๆ คือมันชอบช่วงที่ผู้เลี้ยงเผลอ หรือปล่อยให้สภาพแวดล้อมแย่ลงแม้เพียงเล็กน้อย อาการเริ่มต้นจึงมักเกาะกุมแบบเงียบ ๆ เริ่มจากน้ำตาใส ๆ ไหล ไก่จามเบา ๆ เสียงหายใจครืดในคอ และสุดท้ายดวงตาที่เริ่มบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นโรคที่ “ไม่โวยวาย แต่ลามเร็ว” ถ้าไม่รีบสังเกต เมื่ออาการหนักขึ้น ไก่ไม่สามารถซ่อนความเจ็บได้อีก ผ่านไปเพียงวันเดียว อาการบวมใต้ตาของไก่ตัวนั้นก็ชัดเจนขึ้นเหมือนถุงลมน้ำอยู่ใต้ผิว อาหารที่เคยกินหมดรางก็เหลือครึ่ง มันไม่ค่อยส่งเสียง ไม่ค่อยเดิน และเหมือนพยายามหาพื้นที่เงียบ ๆ เพื่อพักตัวเอง ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ โรคจะลามลึกจนเกิดหนองในโพรงตา บางครั้งตาข้างนั้นเหลือเพียงเงาจาง ๆ หรืออาจมองไม่เห็นอีกเลย สัตวแพทย์บอกว่า “ถ้าตาบวม ต้องรักษาในวันนั้นทันที ห้ามรอ” โชคดี—โรคนี้รักษาได้ ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้อง เรื่องที่ดีคือ หวัดหน้าบวมเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ต้องใช้ “ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยตรง” ไม่ใช่แค่น้ำเกลือหรือน้ำมูกไหลธรรมดา ยาที่ปลอดภัยและได้ผลตามหลักสัตวแพทย์ ได้แก่ ซัลฟา + TMP (Sulfa + Trimethoprim) เหมาะสำหรับอาการเริ่มต้นถึงปานกลาง ตัวอย่าง: Super Green Plus หยอดคอหรือผสมน้ำ วันละ 1–2 ครั้ง 3–5 วัน Enrofloxacin (เอโนรอฟลอกซาซิน) สำหรับอาการหนัก บวมชัด หนองเริ่มออก ตัวอย่าง: Baytril, Enrovet, Enro-Lux ผสมน้ำหรือฉีดตามฉลาก Tylosin (ไทโลซิน) ใช้เสริมเมื่อมีเสียงในลำคอหรือหายใจครืด ช่วยลดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ การใช้ยาถูกตัว ถูกเวลา = ไก่ฟื้นเร็วกว่าสองเท่า แต่มากกว่ายาคือ “การดูแลที่ถูกต้อง” คนเลี้ยงไก่จะรู้ว่า ไก่ชนไม่ได้ต้องการแค่ยา มันต้องการสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์ ไก่ป่วยตัวนั้นจึงถูกย้ายไปอยู่กรงที่โปร่งกว่า พื้นแห้งกว่า และได้รับแสงแดดอ่อนช่วงเช้าเหมือนยาใจที่ธรรมชาติให้มา คุณเช็ดตาให้มันวันละสองครั้งด้วยน้ำเกลืออุ่น เติมวิตามิน AD3E ลงในน้ำ และล้างรางอาหาร–น้ำให้สะอาดเสมอ ไม่ให้เชื้อมีโอกาสกลับมาโจมตีอีกครั้ง สิ่งเหล่านี้อาจดูธรรมดา แต่เป็น “เกราะป้องกัน” ที่สำคัญพอ ๆ กับยา เมื่อเวลาผ่านไป ไก่ก็เริ่มกลับมายืนในแสงแดดเหมือนเดิม หลังจากสามสี่วันผ่านไป เสียงหายใจครืด ๆ หายไปก่อน จากนั้นอาการบวมใต้ตาค่อย ๆ ยุบ ดวงตาที่เคยขุ่นเริ่มเป็นประกายขึ้นอีกครั้ง นี่คือช่วงเวลาที่คนเลี้ยงสัมผัสถึง “ความสุขเล็ก ๆ” ที่ไม่ได้มาจากการชนแพ้ชนะ แต่จากการเห็นสัตว์ที่ตัวเองดูแลกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ความสุขแบบที่ฟาร์มใหญ่เรียกว่า “ดีใจเหมือนลูกป่วยแล้วหาย” โรคนี้ป้องกันได้—และควรป้องกันตั้งแต่แรก บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ทำให้คนเลี้ยงรู้ว่า โรคหวัดหน้าบวมไม่ได้เกิดเพราะโชคร้าย แต่มักเริ่มจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีพอ วิธีป้องกันง่ายที่สุดคือ ทำโรงเรือนให้ “โปร่งแต่ไม่ชื้น” ล้างรางอาหาร–น้ำทุกวัน ให้ไก่ได้แดดเช้า พ่นฆ่าเชื้อสัปดาห์ละครั้ง และที่สำคัญที่สุด: กักโรคไก่ใหม่ก่อนเข้าฝูงทุกครั้ง เพราะโรคนี้แพร่เร็วมาก ถึงไก่ตัวเดียวป่วย วันต่อมาอาจทั้งคอกป่วยได้ เรื่องเล่าเล็ก ๆ ที่เตือนใจว่า… ไก่ชนไม่ได้ต้องการแค่ตีเก่ง แต่ต้อง “แข็งแรง” ก่อนเสมอ หวัดหน้าบวมอาจเป็นโรคเล็กในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับคนเลี้ยงไก่ชน มันคือบททดสอบความละเอียดและความใส่ใจ ไก่ที่หายป่วยไม่เพียงกลับมายืนสู้ได้ แต่ทำให้เราเข้าใจว่า สุขภาพเล็ก ๆ ในทุกวัน คือสิ่งที่นำไปสู่ชัยชนะในวันสำคัญที่สุด
การให้แสงสว่างกับลูกไก่ชนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต การพัฒนา และสุขภาพที่ดีของลูกไก่ การจัดการแสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยให้ลูกไก่ชนมีการเจริญเติบโตที่ดี มีความแข็งแรง และลดปัญหาสุขภาพต่างๆ การให้แสงสว่างกับลูกไก่ชนสามารถทำได้ตามขั้นตอนและคำแนะนำต่อไปนี้: การให้แสงสว่างในช่วงแรกเกิด (สัปดาห์แรก) แสงสว่าง 24 ชั่วโมง: ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่ลูกไก่ชนฟักออกจากไข่ ควรให้แสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกไก่ชนสามารถหาอาหารและน้ำได้ตลอดเวลา การให้แสงสว่างต่อเนื่องจะช่วยลดความเครียดและเพิ่มการเจริญเติบโต ความเข้มของแสง: ใช้หลอดไฟที่มีความเข้มของแสงพอสมควร (ประมาณ 20-40 ลักซ์) เพื่อให้แสงสว่างเพียงพอ แต่ไม่มากเกินไปจนทำให้ลูกไก่ชนเครียด การลดแสงในช่วงหลังสัปดาห์แรก การลดเวลาแสงสว่าง: หลังจากสัปดาห์แรก สามารถลดเวลาแสงสว่างลงได้ เพื่อให้ลูกไก่ชนปรับตัวและมีช่วงเวลาพักผ่อนที่เหมาะสม ควรลดเวลาแสงสว่างลงเป็น 16-18 ชั่วโมงต่อวัน การปรับความเข้มของแสง: ลดความเข้มของแสงลงเล็กน้อย (ประมาณ 10-20 ลักซ์) เพื่อให้ลูกไก่ชนได้พักผ่อนในช่วงเวลาที่ไม่มีแสง การจัดการแสงสว่างในระยะยาว แสงธรรมชาติ: หากเป็นไปได้ ควรให้ลูกไก่ชนได้รับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน ซึ่งจะช่วยให้ลูกไก่ชนมีการเจริญเติบโตที่ดีและลดปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับการขาดวิตามิน D การปรับแสงตามอายุ: เมื่อไก่ชนโตขึ้น สามารถปรับเวลาและความเข้มของแสงให้เหมาะสมกับอายุของไก่ชน โดยให้แสงสว่างประมาณ 12-14 ชั่วโมงต่อวันในช่วงไก่หนุ่ม การควบคุมอุณหภูมิ ความสัมพันธ์ระหว่างแสงและอุณหภูมิ: ควรควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการให้แสงสว่าง โดยในช่วงสัปดาห์แรก อุณหภูมิในที่เลี้ยงลูกไก่ควรอยู่ที่ประมาณ 32-35 องศาเซลเซียส และลดลงเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 องศาเซลเซียสต่อสัปดาห์ จนกระทั่งอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 21-24 องศาเซลเซียสในช่วงไก่หนุ่ม การตรวจสอบและปรับปรุง การสังเกตพฤติกรรม: สังเกตพฤติกรรมของลูกไก่ชนเพื่อปรับการให้แสงสว่างให้เหมาะสม หากลูกไก่ชนรวมตัวกันแน่นแสดงว่าอาจหนาวเกินไป ควรเพิ่มแสงสว่างและอุณหภูมิ หากลูกไก่ชนแยกตัวกันมากแสดงว่าอาจร้อนเกินไป ควรลดแสงสว่างและอุณหภูมิ การปรับปรุงตามสภาพแวดล้อม: ปรับปรุงการให้แสงสว่างตามสภาพแวดล้อม เช่น ฤดูกาลและอุณหภูมิภายนอก เพื่อให้ลูกไก่ชนมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด การให้แสงสว่างที่เหมาะสมกับลูกไก่ชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกไก่ชนมีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง และลดปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
การเลือกพันธุ์ไก่ชนที่ดีเป็นขั้นตอนสำคัญในการเลี้ยงไก่ชนให้ประสบความสำเร็จ การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะในการแข่งขันและลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ต่อไปนี้เป็นแนวทางในการเลือกพันธุ์ไก่ชนที่ดี: 1. ศึกษาประวัติพันธุ์ไก่ชน ประวัติการแข่งขัน: ดูประวัติการแข่งขันของไก่ชนและบรรพบุรุษของมัน พันธุ์ที่มีประวัติการชนชนะมากจะมีโอกาสสูงที่จะให้ลูกไก่ที่แข็งแรงและมีทักษะการต่อสู้ดี ลักษณะเด่น: แต่ละพันธุ์มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ควรเลือกพันธุ์ที่มีลักษณะเด่นที่ตรงกับความต้องการของคุณ เช่น ความเร็ว, ความแข็งแรง, หรือความทนทาน 2. ดูรูปร่างและลักษณะทางกายภาพ โครงสร้างร่างกาย: เลือกไก่ชนที่มีโครงสร้างร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อแน่น กระดูกหนา และมีท่ายืนที่ดี ขนและผิวหนัง: ขนควรหนาและเป็นมันเงา ผิวหนังควรเรียบเนียน ไม่มีแผลหรือจุดบกพร่อง ดวงตาและปาก: ดวงตาควรสดใสและปากควรแข็งแรง ไม่มีอาการป่วย 3. การประเมินพฤติกรรมและท่าทาง ท่าทางการเดิน: ไก่ชนที่ดีควรมีท่าทางการเดินที่มั่นคงและสง่างาม ความดุเดือด: ไก่ชนควรมีความดุเดือดและไม่เกรงกลัวต่อการต่อสู้ การตอบสนอง: เลือกไก่ที่มีการตอบสนองเร็วและมีการเคลื่อนไหวที่ว่องไว 4. การประเมินสุขภาพ ประวัติสุขภาพ: ตรวจสอบประวัติสุขภาพของไก่ชนและพ่อแม่ของมัน ควรหลีกเลี่ยงไก่ที่มีประวัติโรคเรื้อรังหรือโรคติดต่อ การตรวจร่างกาย: ตรวจร่างกายของไก่ชนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคหรือปัญหาสุขภาพใดๆ 5. การผสมพันธุ์ เลือกพ่อแม่พันธุ์ที่ดี: เลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณสมบัติเด่นและมีประวัติการชนที่ดี การคัดเลือกลูกไก่: คัดเลือกลูกไก่ที่แสดงถึงคุณสมบัติเด่นจากพ่อแม่พันธุ์ เช่น ความแข็งแรงและทักษะการต่อสู้ 6. การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การขอคำแนะนำ: การปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เลี้ยงไก่ชนที่มีประสบการณ์สามารถช่วยให้คุณได้คำแนะนำที่มีประโยชน์ในการเลือกพันธุ์ที่ดี การเลือกพันธุ์ไก่ชนที่ดีต้องใช้เวลาและความเอาใจใส่ แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการเลี้ยงไก่ชน
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงไก่ชนมีความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและพฤติกรรมที่เหมาะสมของไก่ ดังนั้น สิ่งที่คนเลี้ยงไก่ชนควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ต้องมีอะไรบ้างไก่ชนออนไลน์นำมาฝากกัน พื้นที่เลี้ยง มีพื้นที่กว้างพอสำหรับจำนวนไก่ชน ที่จะเคลื่อนไหว, วิ่งเล่น, และทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยอิสระคอกที่กว้างขวางและไม่ทับซ้อนกันจะช่วยให้ไก่ชนมีสุขภาพดีและไม่เครียด ปรับแต่งคอก สร้างคอกที่มีการระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันน้ำขังและภาวะเปียก มีที่นอนที่เป็นสัดส่วน พื้นไม่แข็ง เพื่อลดการบาดเจ็บของไก่ และป้องกันโรคของไก่ชนได้ดี ระบบระบายอากาศ ให้ระบบระบายอากาศที่ดีในคอก เพื่อป้องกันการอบอุ่นเกินไป หรือร้อนเกินไป สถานที่เลี้ยงไก่ชนที่มีการระบบระบายอากาศที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคในไก่ชนลงได้ แสงสว่าง ให้แสงสว่างที่เพียงพอเพื่อส่งเสริมกิจกรรมของไก่ชน ในกรณีที่เลี้ยงแบบกักบริเวณ ควรมีระบบแสงที่สามารถควบคุมได้ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อสังเกตได้ถึงปริมาณแสงที่เหมาะสม และช่วยส่งเสริมสุขภาพของไก่ชนได้ดี น้ำสะอาด ให้น้ำสะอาดและใหม่ตลอดเวลาเพราะน้ำมี่ส่วนสำคัญต่อสุขภาพของไก่ชนโดยตรง เพราะไก่ชนสามารถดูดซึมได้ทันทีหากน้ำไม่สะอาด อาจส่งผลเสียต่อไก่ชนได้ หรืออาจเกิดโรคระบาดในการเลี้ยงไก่ชนตามมา ความเงียบสงบ ความเครียดของไก่ชนบางครั้งคนเลี้ยงมักไม่เข้าใจ โดยเฉพาะพื้นที่เลี้ยงที่มีเสียงดังรบกวนสามารถทำให้ไก่เครียด ความเครียดของไก่ชนอาจส่งผลต่อพฤติกรรมของไก่ชน หรือปริมาณการออกไข่ และฟักไข่ได้ ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อให้ไก่ชนมีคุณภาพดีได้ ความปลอดภัย ตรวจสอบความปลอดภัยในคอก เช่น การป้องกัน การทำร้ายจากไก่ชนตัวอื่น การตกลงจากสิ่งกีดขวาง และอุปสรรคอื่นๆ ที่อาจสร้างอันตรายและความเสียหายให้กับไก่ชนได้ การจัดอุปกรณ์ในสถานที่เลี้ยง จัดเรียงอุปกรณ์ในคอกให้เป็นระเบียบเพื่อลดความสับสนและเพิ่มสภาพความสะดวก และอุปสรรคอื่นๆ ที่อาจสร้างอันตรายและความเสียหายให้กับไก่ชนได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงไก่ชนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ไก่มีสุขภาพที่ดีและสามารถส่งผลดีต่อความสามารถของไก่ชน และเพิ่มคุณภาพของไก่ชนให้ออกมาดีได้
การเลือกอาหารที่โปรตีนสูงสำหรับเลี้ยงไก่ชน เลี้ยงไก่ชน การเลือกอาหารต้องคำนึงถึงแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง, ซึ่งมีทั้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาต่างๆ นี่คือบางแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูงสำหรับเลี้ยงไก่ชน เมล็ดพืช: ถั่วเหลือง (Soybeans): เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูงมาก. สามารถให้ไก่ชนได้ในรูปแบบของเม็ดถั่วเต็มพันธุ์หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเช่น อาหารทำจากถั่วเหลือง, น้ำมันถั่วเหลือง, หรือ เครื่องดื่มถั่วเหลือง ถั่วเขียว (Green Peas): มีประโยชน์เพราะมีโปรตีนและอาหารเสริมคุณภาพอื่นๆ ถัวเม็ดอื่นๆ (Legumes): เช่น ถั่วลิสง, ถั่วฝักยาว, และ คังคาร์. เมล็ดธัญพืช: ข้าวเปลือก (Whole Grains): ประกอบด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต. ทำให้เป็นแหล่งพลังงานและโปรตีน. ข้าวหลายสี (Brown Rice): มีโปรตีนและให้พลังงาน. ข้าวโปรตีนสูง (High-Protein Rice): ที่ถูกพัฒนามาเพื่อมีปริมาณโปรตีนสูง. อาหารจากสัตว์: เนื้อสัตว์ (Animal Protein): สามารถให้สารอาหารจากการให้แมลง, ปลา, หรือ อื่นๆ ไข่: ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง. อาหารเสริม: วิตามินและแร่ธาตุ: เพื่อรองรับการเจริญเติบโตและสุขภาพทั่วไปของไก่ชน กรดไขมันประโยชน์: เช่น น้ำมันปีก, น้ำมันจากเมล็ดที่มีคุณภาพสูง การเลือกโปรตีนและอาหารสารอาหารอื่นๆ ในอาหารไก่ชนควรถูกปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการเลี้ยง, วัย, และวัตถุประสงค์การเลี้ยงของไก่ชน. ควรปรึกษากับนักโภชนาการสัตว์เพื่อวางแผนอาหารที่เหมาะสมสำหรับไก่ชนของคุณ โชคดีมีไก่เก่งกันทุกคนครับ
วันที่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 16:51:41
โรค “หวัดหน้าบวม” ไม่ใช่เรื่องเล่น! รู้ให้ลึก รักษาให้ถูก ก่อนสายเกินแก้ ...อ่าน 15
วันที่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 11:33:43
การให้แสงสว่างกับลูกไก่ชน มือใหม่หัดเลี้ยงไก่ชน ...อ่าน 2,605
วันที่ 1 มิ.ย. 2567 เวลา 16:00:56
การเลือกพันธุ์ไก่ชนที่ดีสำหรับมือใหม่ ...อ่าน 2,570
วันที่ 21 ม.ค. 2567 เวลา 08:20:13
สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเลี้ยงไก่ชนต้องเป็นแบบไหน ...อ่าน 2,777
วิธีเลี้ยงไก่ชนขาย (ตอนที่ 2) การคัดเลือกไก่พ่อพันธ์ เพื่อนำมาผสม สำหรับการเริ่มต้น
เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม เซียนไก่ชนต้องทำไง กับวิธีรับมือเมื่อถูกจับ
ผสมไก่ชนแบบไหนถึงจะได้ไก่เก่ง และเลือดนิ่งที่สุด
สูตรการเลี้ยงไก่ชนตีแพงเงินล้าน ตามสูตรการเลี้ยง 21 วัน
พยาบาลสาวใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ หันมาเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เรือนแสน
ครูสาวใช้เวลาว่างจาการสอนเด็กอนุบาล หันมาเลี้ยงไก่ชนสร้างรายได้หลักแสน
มือใหม่หัดเลี้ยงไก่ชน กับปัญหาไก่ชนวัยหนุ่มที่ไม่ยอมสู้ไก่ทำไงดี?
นักบัญชีสาว ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หันมาทำอาชีพเลี้ยงไก่ชนขาย ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
ไก่ชนยังไม่ได้คู่ชน ทำไม่เจ้าของไก่ถึงต้องเข้าปากไก่เอาไว้? มือใหม่หัดเลี้ยงไก่ชน
เกล็ดไก่ชนก็เปรียบได้กับลายมือคน โดยเฉพาะเกล็ดแถวเดียว หรือกะบองพันลำ ตีหักตีชัก
โรค “หวัดหน้าบวม” ไม่ใช่เรื่องเล่น! รู้ให้ลึก รักษาให้ถูก ก่อนสายเกินแก้
การให้แสงสว่างกับลูกไก่ชน มือใหม่หัดเลี้ยงไก่ชน
การเลือกพันธุ์ไก่ชนที่ดีสำหรับมือใหม่
สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเลี้ยงไก่ชนต้องเป็นแบบไหน
การเลือกอาหารที่โปรตีนสูงสำหรับเลี้ยงไก่ชน
“เลี้ยงไก่ชน” จากยากจนมีรายได้เสริมเดือนละ 3 หมื่น
การพัฒนาสายพันธ์ไก่พม่าเพื่อออกชนจริง สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงไก่ชน
พัฒนาไก่เชิง เบอร์แข้งคือสิ่งสำคัญ มือใหม่หัดเลี้ยงไก่ชน